5/10
อาจเพราะต่อมโรแมนติกได้หดหายไปจากจิตใจ พักหลังๆมานี้การดูหนังรักโรแมนติกกลับไม่สวยงามตรึงใจสักเท่าไหร่ แทนที่ตัวเราจะดู ซึ้งไปกับเนื่อเรื่อง อินไปกับตัวละครก็พอ กลับดูด้วยความสงสัย พร้อมกับการตั้งคำถามของความเป็นไปได้ ที่มันควรขะเกิดขึ้นจริงๆ พูดง่ายๆว่า จับผิดนั่นแหล่ะ
................................................
TIWDYY เปิดตัวมาการปรากฎตัวของนางเอกในชีวิตที่แสนจะธรรมดาของพระเอก รักแรกพบพุ่งเข้าใส่พระเอกอย่างจังจนต้องตามไปขอเมลล์เพื่อใช้ติดต่อ (ม่อชิบหาย) ความสัมพันธ์รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาเจอกัน ดีต่อกัน ใส่ใจกัน รักกัน ความรักสวยงามจนกระทั่งพระเอกมารู้ความจริงว่า เอมิของเรานั้นมาจากโลกข้างๆกัน โลกที่ประตูมิติชนกันทุกๆ 5 ปี และประตูจะเปิดอยู่เพียงแค่ 30 วันเท่านั้น
ปัจจุบันทั้งคู่อายุ 20 ปี
อีก 5 ปีข้างหน้านั้น เธอจะอายุ 25 แต่เขาจะ 15 ปี
อีก 10 ปีข้างหน้า เธอจะอายุ 30 แต่เขาจะ 10 ปี
อีก 15 ปีข้างหน้า เธอจะอายุ 35 แต่..เขาจะอายุแค่ 5 ปี
ในไทม์ไลน์ของเขาก็เช่นกัน
โลกข้างๆกันที่ "เวลาเดินทางสวนทางกัน" - วันพรุ่งนี้-ของเธอ คือ -เมื่อวานนี้ - ของเขา -พรุ่งนี้-ของเขา คือ -เมื่อวานนี้- ของเธอ ....
นั่นหมายความว่า
จูบแรกระหว่างเรา คือ จูบครั้งสุดท้ายของเธอ
การเรียกชื่อเล่นของกันครั้งแรก คือ การเรียกชื่อครั้งสุดท้ายของเธอ
การทำอาหารให้ทานครั้งแรก คือ นั่นคือการทำอาหารให้เค้าทานเป็นครั้งสุดท้าย
การจับมือกันครั้งแรก คือ การจับมือครั้งสุดท้ายของพวกเขา
ช่วงแรก
หนังจะพาเราไปรู้จักเอมิ ผ่านตัวละคร ทะกะโตชิ เราจะเห็นว่าเอมิงดงาม ละมุน แสนดี อ่อนหวานมากกกก มากจนไม่น่าเชื่อว่าจะมาหลงรักชอบพอผู้ชายอย่างทะกะโตชิได้ เราจะได้รู้สึกเลยว่าพระเอกมีความสุขแค่ไหนที่มีนางเอกเข้ามาในชีวิต ช่วงแรกที่เราดูเราจะรู้สึกแบบพระเอกที่รู้สึกประดักประเดิดในการแสดงออกของนางเอก นางเอกขี้แยได้ทุกเรื่อง ร้องไห้เกือบตลอดเวลาที่อยู่กับพระเอก แต่ก็นั่นแหล่ะช่วงโปรโมชั่นพระเอกเลยไม่สนใจตรงนี้สักเท่าไหร่กลับเห็นเป็นเรื่องปกติ คนดูอย่างเราก็เช่นกัน
พาร์ทนี้เราจะไม่ค่อยอินกะพระเอกสักเท่าไหร่ เพราะเรารู้สึกว่า พระเอกแม่งน่าม่อ โชคดีได้แฟนสวย แถมแสนดี อะไรๆมันดูดีดูง่ายจนพระเอกไม่พยายามอะไรเลย ....
ช่วงกลาง
หนังเริ่มเปิดเผยถึงที่มาของเอมิ จุดมุ่งหมาย เป้าหมาย และโลกที่อยู่ข้างๆกัน ตอนนี้แหล่ะที่เราเริ่มอินในเนื้อเรื่องเพราะเอมิคนเดียว เอมิมาเพื่อมาเจอทะกะโตชิ มาเพื่ออยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตในช่วงนี้ด้วยกัน เพราะฉะนั้นในช่วงแรกที่เราเห็นเอมิร้องไห้เกือบตลอดเวลานั้นเราจะมาเข้าใจในจุดนี้ ความแสนดี อ่อนหวานที่เราเห็นถูกบรรจงสร้างเพื่อความทรงจำที่ดีที่สุด เราจะเห็นความพยายามของเอมิที่ทำทุกวันให้ดีเพราะข้อจำกัดทางเวลา และการระมัดระวังที่สุดที่จะไม่ให้มีเหตุการณ์
อะไรมาทำลายปัจจุบันที่เชื่อมโยงไปอนาคตได้ จนมันดูน่า....อึดอัด และตรงนี้แหล่ะที่เราหันมาเห็นใจทะกะโตชิ เพราะถ้าเป็นเรา เราไม่รู้เลยว่าที่เอมิแสนดี ดูดี ขนาดนี้มาจากที่เป็นตัวตนจริงๆหรือเพราะความพยายามที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์เรื่องราวของตัวเอง เวลาเอมิจะทำอะไร ทุกอย่างต้องเหมือนในสมุดโน๊ตเป๊ะๆ .... แต่ถึงกระนั้นพอเราเข้าใจการกระทำของนางเอก เราก็รู้สึกเห็นใจจนน้ำตาแทบไหล
พาร์ทนี้เราชอบและเอ็นดูในตัวเอมิมาก ต้องมีความพยายามแค่ไหน ถึงจะเข้าใจและทำใจให้ทุกอย่างหมุนไปตามครรลองของมันเพื่อที่จะไม่เปลี่ยนอนาคตหรืออดีต
ช่วงสุดท้าย
หนังพาเราเข้าใจ"โลกข้างๆกัน"มากขึ้น และทำให้เราเข้าใจในความพยายามของเอมิ จริงแล้วๆเอมิไม่ได้เดินทางจากอนาคต(พระเอก)เพื่อมามีความรัก แต่ทั้ง ทะกะโตชิ และ เอมิ คือพรหมลิขิตของกันและกัน เมื่อตอนที่ ทะกะโตชิ อายุได้ 5 ขวบ เอมิที่อายุ 35 ปีได้เดินทางมาพบ ทะกะโตชิ เป็นครั้งสุดท้าย และได้ช่วยชีวิตพระเอกไว้ เมื่อประตูมิติหมุนมาเจอกันในอีก 5 ปีต่อมา เอมิอายุ 30 ได้เดินทางมาหา ทะกะโตชิ ในอายุ 10 ขวบเพื่อที่จะปูเรื่องราวให้ทั้งสองได้พบกันในอีก 10 ปีข้างหน้า เอมิเดินทางมาที่โลกของเราทุกครั้งที่ครบรอบ 5 ปี เพื่อทำทุกอย่างให้เขา 2 คนได้รักกันในช่วงที่เหมาะสม
รวมถึงพ่อพระเอกของเรา เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี เขาอายุ 25 ปีได้เดินทางไปรอเอมิในวัย 15 ปีที่มาเที่ยว(ครอบครัวของเอมินี่รู้สึกชื่นชอบโลกของเรามา มาทุกๆรอบเลย) พร้อมทั้งเล่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียด เพื่อที่เอมิ จะได้เดินทางมาหาเขาในอีก 5 ปีข้างหน้าเมื่อตอนที่เขาอายุ 20 และเมื่อตอนที่เขาอายุ 35 ปี เขาได้ช่วยชีวิตเอมิที่อายุ 5 ขวบจากการถูกระเบิดในงานเทศกาลและนั่นคือจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างเขา 2 คน
งงใช่ไหม?....... ไปดูกันเอาเองเถิดนะ อาจจะเข้าใจได้ง่ายกว่า
ข้อขัดใจ
1. ในระหว่างที่ดูนั้น ในหนังไม่ได้บอกเลยว่า นางเอกมาจาก โลกข้างๆ ได้ยังไง และการกลับก่อนเที่ยงคืนจะมีผลยังไง และทำไมต้องกลับในเวลาเที่ยงคืน กลับยังไง ไปที่ไหน พักที่ไหน นอนยังไง ... นี่คือไม่มีคำตอบให้เลย ครั้นจะให้มองผ่านก็ทำได้แต่มันคาใจไง
2. ในหนังนั้น พระเอกพุ่งเข้าหานางเอกมาก เหมือนชายน่าม่อทั่วไปเวลาเจอสาวที่สวยถูกใจสักคน คือพระเอกตกหลุมรักนางเอกเพราะหน้าตา แถมระยะเวลาเวลาแค่ 30 วัน สำหรับเรามันคือช่วงโปรโมชั่น มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะซึ้งหรือเห็นใจในตัวพระเอกสักเท่าไหร่ ในหนังอ่อนตรงนี้
3. ขัดใจมากกกกกกกกกก เมื่อรู้ว่าเวลาความรักของ 2 คนมีขีดจำกัด แต่ทั้ง 2 คนใช้เวลาได้ไม่คุ้มเลย ไม่เต็มที่ ไม่อยู่กับปปัจจุบัน ในวันสุดท้ายของนางเอก แต่เป็นวันแรกที่เจอพระเอกนั้น ถ้าเป็นเรา เราจะทำทุกอย่างให้อยู่กับพระเอกได้นานที่สุด เก็บเกี่ยวให้มากที่สุด ก่อนที่พรุ่งนี้จะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว
4. ไม่เห็นความพยายามอะไรในตัวพระเอกเลยสักอย่าง ทุกอย่างปล่อยไหลไปเท่านั้น
5. ทำไมเอมิไม่บอกให้ทะกะโตชิ ซื้อล๊อตเตอร์รี่ รู้แหล่ะว่าอาจมีผลกับการเปลี่ยนแปลงอนาคต แต่บอกเลขที่ 2 ตัว 3 ตัวก็ได้นี่ นี่เป็น ทะกะโตชิ จะแอบโกรธนะ
ข้อถูกใจ
1. โซตะ นานะ คือความดีงามในเรื่องนี้ การแสดงที่สมูท สายตาห่วงหาที่เต็มไปด้วยความรักมันซึ้งใจจริงๆนะ แต่รู้สึกลึกๆว่าโซตะหล่อไปกับบทของทะกะโตชิ
2. คอสตูมดี
3.เพลงเพราะ
เพราะใช้เหตุผลในการดูหนังรักมากเกินไปเลยเป็นความผิดพลาดอย่างนึง
หนังดีนะ เล่าเรื่องได้ไม่งง และการแสดงที่ไหลลื่นทำให้อดยิ้มพร้อมน้ำตาที่หางตานิดๆ
.......................................................................................................................................................................
ในส่วนของนิยายนั้น เราให้ 8/10
เพราะหนังสือไขข้อข้องใจ ไขความตะขิดตะขวงใจให้หมดเปลือก และเติมเต็มความรู้สึกที่หายไป เราเลยอินกับในหนังสือมากกว่าในส่วนของภาพยนต์ อ่านจบนี่ความอิ่มเอิบไหลวนในหัวใจ จนต้องปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา
เรื่องราวเหมือนในหนังเลย เพียงแต่ฉบับนิยายนั้น รอบเวลาที่ชนกันจะอยู่ที่ 40 วัน สำหรับเราแล้ว 40 วันมันไม่มากหรือน้อยไป (30วันแบบในหนังทำให้เรารู้สึกถึงความพอดีแบบรอบเดือนเกินไป) เราได้รู้ว่าประตูข้ามโลกนั้นอยู่ที่ไหน และการข้ามมาโลกเรานั้นข้ามาได้ยังไง นางเอกพักที่ไหน และทำไมต้องกลับก่อนเที่ยงคืน ทุกอย่างไขข้อข้องใจ เลยทำให้เราอินได้ไม่ยาก
ช่วงแรก
หนังสือยังคงเล่าผ่านมุมมองตัวละคร ทะกะโตชิ อยู่เช่นกัน เพียงแต่เล่าพื้นเพนิสัยในการเป็นคนขี้อาย ไม่กล้า ขาดความมั่นใจและขี้วิตกกังวลของตัวพระเอก การเจอกันในรถไฟครั้งแรกนั้น ทะกะโตชิ ของเราไม่ได้พุ่งเข้าหาเอมิเลย แต่เป็นการแอบมองอยู่ไกลๆและนานๆ ไม่กล้าแม้แต่จะเฉียดไปใกล้ คิดมาก และกังวล
** นี่อ่านไปยังรำคาญไป ไม่ชอบผู้ชายในลักษณะนี้สักเท่าไหร่
จนกระทั่งคิดในใจว่า ถ้าเธอลงรถไฟป้ายหน้านี้ (หลังจากนั่งเลยป้ายไปไกลโข เพราะอยากแอบมองเอมินานๆ แต่ก็ยังไม่กล้าลงมืออะไร) เราจะเข้าไปคุย เพราะมันคือพรหมลิขิต และแน่นอนว่าเอมิลงสถานีนั้น พระเอกของเราถึงได้กล้าเข้าไปคุย และแน่นอนว่านั่นคือความตั้งใจของเอมิแต่แรก
เอมิในนิยายนั้น ฉลาด เข้มแข็ง เธอไม่ปล่อยให้เสียเวลาผ่านไปอย่างไร้ค่าแม้แต่นาทีเดียว ความสัมพันธ์ในวันแรกของพระเอกจึงรุดหน้าและลื่นไหล พระเอกของเราจะรู้สึกพิเศษบางอย่างอยู่เนืองๆเวลาอยู่กับนางเอก เป็นความคุ้นตา ความรู้สึกผูกพันธ์ เราจะรู้สึกถึงความสุข ฉงนสงสัย แปลกใจ ผ่านทะกะโตชิ เช่นเดียวกัน
ช่วงกลาง
ช่วงที่เอมิบอกความจริง ในหนังสือนั้นการบอกความจริงให้กับทะกะโตชิ รับรู้นั้นมันจริงมาก คือการหายตัวไปต่อหน้านี่แหล่ะ เธอจะได้รู้ว่าฉันไม่ได้โกหก พร้อมทั้งสารพัดหลักฐานที่เตรียมมาอย่างดีและเราจะได้เริ่มต้นกันใหม่สร้างประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน ในพาร์ทนี้ ในหนังสือกับในหนังไม่ต่างกันมาก ทั้งคู่พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่ออนาคต(หรืออดีต?) เราจะเข้าใจในตัวเอมิ รับรู้ได้ถึงความรัก ความเข้มแข็ง ความพยายาม และความเศร้าตลอดเวลา และสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ ความทรงจำของทั้งคู่สวนเวลากัน แต่มันไม่สำคัญหรอก เพราะถ้าเรารักใครสักคน เราก็รักเค้าในตัวตนของเค้าอยู่ดี
" เพราะมีเหตุการณ์เหล่านั้น เราสองคนถึงได้มาเจอกันในตอนนี้ เราช่วยชีวิตซึ่งกันและกันที่ปลายแต่ละด้านของแกนเวลาที่เดินสวนทางกัน กลายเป็นเหตุและผลที่ไม่รุว่าสิ่งไหนเกิดขึ้นก่อนสิ่งไหนเกิดขึ้นทีหลัง ชะตาลิขิตแสนพิเศษทำให้เราได้มาเจอกันในตอนนี้ซึ่งเราทั้งคู่มีอายุ 20 ปี
เราทั้งสองถูกผูกพันกันอย่างลึกซึ้งด้วยอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของกันและกัน และสิ่งที่เชื่อมเราไว้ทั้งคู่คือ พรหมลิขิต"
ช่วงสุดท้าย
ในหนังสือจะพาเราย้อนไปในอดีตของทะกะโตชิ ตอนเป็นเด็กอายุ 5 ขวบที่ถูกช่วยชีวิตจจากเอมิ ตอนอายุ 10 ขวบที่เอมิมาให้กำลังใจในการใช้ชีวิต ตอน 15 ที่เอมิโผล่มาดูอยู่ห่างๆ เพราะฉะนั้นสำหรับทะกะโตชิ ในวัย 20 นั้นไม่ได้เพิ่งเจอหรือตกหลุมรักแรกพบเอมิ แต่เป็นความคุ้นตา คุ้นชินอยู่ในความทรงจำ
ส่วนเอมิก็เช่นกัน การถูกทะกะโตชิ ช่วยชีวิตตอนอายุ 5 ขวบนั้น ทำให้เกิดรักแรกพบขึ้น มันตราตึง อบอุ่นในหัวใจ จนทำให้รบเร้าครอบครัวให้พามาเที่ยวที่โลกของเราทุกๆ 5 ปี และการมาแต่ละครั้งการได้พบทะกะโตชิ ยิ่งสร้างความรัก ความเชื่อมั่นในตัวทะกะโตชิ มากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อรู้ความจริงว่า ทะกะโตชิ คือคนรักของตนในวัย 20 เอมิจึงวางแผนทุกอย่างให้ทุกอย่างออกมาเพอเฟคเพื่อความรักของเขา 2 คนจะดีที่สุด
**มาถึงตอนนี้เรารู้สึกได้ถึงการไม่ยุติธรรมเล็กๆว่า เอมิรู้ทุกอย่าง เตรียมตัว เตรียมใจมาเป็นอย่างดี แต่ทะกะโตชิ นั้นไม่รู้อะไรเลย ได้แต่ยอมรับทำใจเท่าทันในปัจจุบันเท่านั้น ..... มันโหดร้ายเกินไป
.................................................................................................
จู่ๆก็เกิดความสงสัยขึ้นมา
ชะตาลิขิตของทั้งสองคนที่เกิดขึ้นนี้ มันกลายเป็นมิติของเวลาอีกทอดนึงใช่หรือไม่ นั้นหมายความว่า ชีวิตของเขาทั้งสองคนจะไม่ได้สิ้นสุดลงแค่รอบเดียว แต่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก วนแล้ววนอีก เป็นอสงขัยเวลา ไม่ว่าทะกะโตชิ จะเกิดอีกสักกี่รอบ ก็ต้องมีเอมิเข้ามาช่วยชีวิต กำหนดชีวิตให้ต้องเจอกันในวัย 20 อยู่ตลอด...
อย่างนี้เขาไม่เรียกพรหมลิขิตแล้วนะ ....เขาเรียกเอมิลิขิต
พอมาถึงตอนนี้กลายเป็นว่า ต่างคนต่างทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง กลายเป็นความเห็นแก่ตัว ความจมปลัก และห่วงรัดตัวเองไม่ให้ไปไหน .....
บางทีฉันก็คิดเยอะเกินความจำเป็นแฮะ .....
ฉันว่าเพลงนี้เหมาะกะเรื่องนี้มาก เวลาที่เรารอให้มันหมุนมาเจอกันอีกครั้ง ....