Wednesday, February 17, 2021

แด่คนที่ฉันเคยรัก

'เราจะแต่งงานแล้วนะ '
'ดีใจด้วย เจอความสบายใจสักทีนะ..'
ฉันกล่าวตอบรับเสียงใส ยิ้มนิดๆที่มุมปากพลางยกเบียร์แก้วใหญ่ขึ้นมาจิบ 

เรานัดเจอกันที่ร้านอาหารกึ่งผับกึ่งเรสเตอรอล ที่ๆเราเคยมาประจำเมื่อครั้นตอนที่ความสัมพันธ์ยังหอมหวาน  เขาเลื่อนจานอาหารมาวางตรงหน้าให้ฉันตักสะดวกขึ้น พร้อมดึงกระดาษเช็ดปาก บรรจงพับให้เข้ามุมก่อนจะนำมาเหน็บใต้จานข้าวของฉัน เผื่อใช้ในยามเช็ดปาก ก่อนจะตักทอดมันกุ้งเหลืองทองใส่จานให้ สิ่งที่เขาทำมันช่างละมุนใจเหลือเกิน

'อย่าปิดใจนักเลย มีคนอยากดูแลเธออีกเยอะ'
'เราอยากให้เธอเจอคนที่ใช่  เราไม่อยากให้เธออยู่คนเดียว เราเป็นห่วง เจอใครสักคนที่เธอรัก ความรักมันดีมากเลยนะ'

'ฉันเคยเจอแล้ว' 
ฉันตอบเสียงนิ่งมองหน้าเขา ก่อนจะตักทอดมันกุ้งใส่ปาก บรรยากาศเงียบสงัดลงชั่วเวลาหนึ่ง เขาหลบสายตาต่ำพลางตักยำเนื้อญี่ปุ่นใส่จานให้ฉัน 

'ตอนนั้นเราเลิกกันเพราะอะไรน๊า' ฉันลากเสียงยาวล้อกับเสียงเพลงพลางนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

'เรารู้สึกไม่ถูกรัก' เขาตอบทันควัน

เขาเป็นเพื่อนที่ฉันแอบชอบมาหลายปี ตั้งแต่โสด มีแฟน ทะเลาะกัน เลิกกัน จนเป็นโสดอีกครั้ง ฉันเลยตัดสินใจยื่นขาเข้าไปในชีวิตเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ  เพราะเป็นเพื่อนมานาน ฉันเลยสัมผัสได้ว่า เขาคือคนปลอดภัยที่จะรัก 

เราเจอกันทุกครั้งที่ว่าง ความสัมพันธ์มันเริ่มใกล้ชิดจนพัฒนาไปอีกขั้น ฉันเริ่มกลัวความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ไม่มั่นใจ เลยขอเว้นช่องว่างไว้ก่อน เขาไม่เข้าใจแต่ยอมรับข้อเรียกร้องนั้นอย่างเงียบเชียบ

'ทุกคนพูดอย่างนี้' 
'บางครั้งฉันก็ไม่เข้าใจ ถ้าสงสัยอะไรทำไมไม่ถาม มีปัญหาอะไรทำไมไม่พูด ชอบคิดเองเออเอง เหมือนรู้จักฉันดี  ทำอะไรให้มันยากไปหมด แล้วก็ทิ้งฉันไปเหมือนฉันเป็นตัวปัญหา ปล่อยให้ฉันเคว้งไม่มีคำตอบ อยู่กับความงง ความไม่มั่นใจมาเป็นปีๆ การสูญเสีย self esteem มันใช้ชีวิตลำบากนะเว้ย กลัวจะทำพังไปหมดโดยไม่รู้เลยว่ามันจะพังตรงไหน  พูดไม่เพราะเหรอ? พูดตรงไปงั้นเหรอ? แรดเกินไปเหรอ? มั่นใจเกินไปเหรอ? ไม่โรแมนติคเหรอ? เซกส์ห่วย? ทำอาหารไม่อร่อย? อะไรที่มันเป็นปัญหา ฉันไม่เคยรู้เลย รู้แค่ว่าอยู่ดีๆฉันก็โดนทิ้งอีกแล้ว '

'ฉันโดนทิ้ง โดยที่ทุกคนบอกว่าฉันไม่รัก '

'ไอ้บ้า ไม่รักจะกอดทำไม ไม่รักจะทำอาหารให้กินทำไม ไม่รักจะชวนคุยทำไม ไม่รักฉันจะตื่นมาทำผมแต่งหน้ารีดผ้าแต่งตัวรอเหรอ ไม่รักฉันจะคอยห่วง คอยชม คอยให้กำลังใจทำไม ไม่รักจะคอยเอาใจพะเน้าพะนอเพื่ออะไร ไม่รักจะนอนด้วยงั้นเหรอ ไม่รู้เหรอว่าของพวกนี้มันใช้พลังงานชีวิตจะตาย แต่เพราะฉันรัก ฉันเลยเต็มใจทำ มันไม่ใช่ว่าฉันทำแบบนี้กับทุกคน ไม่ใช่กับใครก็ได้'

เขาถอนหายใจ 
'เธอเงียบเกินไป ไม่รู้ว่าคิดอะไร เวลาเธอหายไปนานๆ เรารู้สึกเหมือนโดนทิ้งทุกที เธอหายไปแล้วกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ด้วยสถานะที่มันไม่ชัดเจนมันทำให้เราไม่กล้าถาม ไม่กล้าโวยวาย กลัวเธอหายไปถาวร ได้แต่รอ แต่รอนานๆมันก็บั่นทอนจนต้องออกไปเอง'

' เราหายไปทำงาน อ่านหนังสือ วาดรูป จมกับโลกที่ฉันสร้างขึ้น  ชีวิตฉันมีปัญหาจะตาย ถามสิ ทำไมไม่ถาม อยากให้ตามจะตาย ฉันไปเคยหายไปไหนเกินสัปดาห์เลยนะ' 

' ไม่กล้าถาม กลัวเธอรำคาญ' เขาตอบ ฉันหัวเราะ

'ผู้ชายก็อย่างนี้ ปากหนัก'
'ตอนนี้ผู้ชายที่เคยเดทด้วย 2 คนแต่งงานไปแล้ว, 1 คนกลับไปคืนดีกับแฟนเก่า, 1 คนเพิ่งเลิกกับแฟนและกำลังเริ่มมีรักใหม่ ทั้งหมดนี้คบซ้อนทั้งนั้นและไม่เคยขอโทษฉันเลย'
' แค่คำขอโทษเอง ' 

'เราขอโทษ'

'โอเค น้อมรับด้วยใจ แต่เราไม่ไปงานนะ ไม่รู้จักใคร คบกันในเงามืดเกิ๊น'เขาหัวเราะในลำคอ 
'อวยพรให้เรามีความสุขด้วยนะ' 
'แน่นอน'

ก่อนจากกันเรากอดกันแน่น ตัวเขาผอมบางแต่สมส่วน กอดที่คุ้นชิน กลิ่นที่คุ้นเคย ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเราไม่เลิกกันวันนั้น วันนี้ที่เจ้าสาวตรงนั้นจะเป็นฉันไหม ฉันสบัดความคิดนั้นทิ้งทันที

ระหว่างทางกลับบ้าน เพลง Nobody compares to you ซาวด์แทร็คประกอบ To all a boys I've loved before  ดังขึ้น ทำให้นึกถึงผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้ามาและจากไป  บทสนทนาในวันนี้ช่วยปลดล็อคสิ่งที่คาในใจได้มากทีเดียว บางทีอาจเป็นฉันเองที่ต้องเรียนรู้ที่จะสื่อสารให้มากกว่านี้  

ฟังเพลงเพลินๆก็มีข้อความที่เขาส่งมาทางแอพลิเคชั่นเด้งขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์

'วันนี้เธอปลดล็อคความรู้สึกเรา  ขอบคุณมากนะ ☺️' 

'เซกส์เธอไม่ห่วยนะ เธอเก่ง'



Sunday, November 17, 2019

ขนมปังของคนขี้เบื่อ

ปูเป็นคนไม่ชอบอะไรที่จำเจมากนัก​ โดยเฉพาะของรสชาติ​ ถ้าคุ้นลิ้นชินปากมากเท่าไหร่จะหลีกเลี่ยงทันที​ ชอบความอร่อยที่ใหม่ๆให้ปากและใจได้ตื่นเต้นมากกว่า

หลังจากที่ทานข้าวเป็นอาหารหลักมาเป็นเวลานาน​ วันนี้เกิดอยากทานขนมปังบ้าง​ เลยต้องตั้งเครื่องนวดแป้งผสมส่วนผสมลงไป​ นวดสักครึ่งชั่วโมง ทิ้งไว้สักคืน​ ตื่นเช้ามาอบ​ เราก็ได้ขนมปังสดๆร้อนๆทานกันแล้ว

ขอสารภาพนิดนึงค่ะ​ ปูไม่ถนัดที่จะสนิทกับคุณยีสต์สักเท่าไหร่นัก​ ไม่แน่ใจว่าเพราะอุณภูมิหรือเวลา​ ทุกครั้งที่ทำขนมโดยใช้คุณเธอช่วยนั้น​ มักออกมาไม่ค่อยเสถียร​ บางครั้งก็เหนียวนุ่ม​ บางครั้งก็หยาบกร้าน​ ได้แต่ลุ้นกันไปในแต่ละคราไป

วันนี้ได้ปังบันมาค่ะ​ กรอบนอกเหนียวใน

อาหารเช้าวันที่หนึ่ง

อาหารเช้าวันที่สอง

สรุปว่าหลังจากที่นวดแป้งไปเย็นวันศุกร์​ ปูก็ได้ขนมปังมาทานเป็นมื้อเช้าถึงสองวันในช่วงวีคเกน​ เป็นระยะเวลาที่พอดีกับอาการเบื่อของปูได้ทุเลาลง​ พร้อมกลับไปทานข้าวได้ในตลอดสัปดาห์ต่อไป

เจนกับเอลิซาเบ็ธเดินเล่นกินหญ้าหน้าบ้านครั้งแรก

เช้านี้ได้ปล่อยให้สองลิงออกจากบ้านไปเดินเล่นหน้าบ้านค่ะ​ อยากให้ลูกได้สัมผัสดิน​สัมผัสลมแดดบ้าง​ หลังจากเลี้ยงแต่ในบ้านมาตลอด​  พวกเขาดูตื่นเต้น​พอสมควร​ 

ก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตแบบประคองตนในพื้นที่ปลอดภัยมาโดยตลอด​ คิดว่าการอยู่คนเดียวนี่แหล่ะคือสิ่งที่ดีที่สุด​ แต่การมีใครสักคนในชีวิตวิ่งรอบๆตัวเรามันก็ดีเหมือนกัน​♥️

Saturday, September 28, 2019

คนไม่น่าเห็นใจ

เธอไม่น่าเห็นใจ...
ไม่เคยเห็นเธอร้องไห้
ไม่เคยเห็นเธอเสียใจ
เห็นแต่ความสบายใจ

เธอไม่น่าเห็นใจ...
เมื่อวันที่ฉันบอกว่าจะไป
เธอได้แต่พยักหน้ารับไหว
ไม่มีแม้แต่คำอ้อนวอนเห็นใจ

เธอยังคงไม่น่าเห็นใจ
ยิ้มร่าหัวเราะอย่างสุขใจ
สดใส​สนุกสนานกับใครๆ
เก็บซ่อนความเจ็บช้ำไว้ข้างใน

เธอไม่น่าเห็นใจ...
เพราะฉันไม่เห็นน้ำตาที่ไหล
ความโศกเศร้าที่เก็บไว้
เธอไม่แสดงให้เห็นแม้แต่ใคร

..................

เธอบอกว่า​ 'ไม่แสดงออกใช่ว่าไม่รู้สึกอะไร​ '​




Saturday, March 16, 2019

มีนาคม

ฉันไม่ชอบเดือนมีนาคมเท่าไหร่นัก
...
...
...

คุณรู้ไหมว่าคนเรามักมีปฏิกิริยาปกป้องตัวเองจากความหวาดกลัวเสมอ

ยังไงเหรอคะ...ฉันเอียงคอถาม

เวลาที่คุณบอกว่าไม่ชอบอะไร นั่นเพราะลึกๆแล้วคุณกำลังหวาดกลัวสิ่งนั้น
เช่น เวลาที่คุณบอกว่าไม่ชอบแมว นั่นเพียงเพราะคุณแค่กลัวการใจอ่อนเปิดรับใครเข้ามา เวลาที่คุณบอกว่าไม่ชอบการผูกมัด นั่นเพราะลึกๆแล้วคุณกลัวความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว
หรือ
เวลาที่คุณบอกเกลียดการแต่งงาน นั่นเพราะคุณไม่รู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตคู่ก็เท่านั้นเอง

แล้วการที่ฉันบอกว่าไม่ชอบคุณ นั่นเพราะว่าฉันกำลังกลัวการตกหลุมรักคุณเหรอคะ?

เปล่า ... เป็นเพราะคุณกำลังหลงรักผมอยู่ต่างหาก

.........................................................................................

เกลียดอะไร ลึกๆแล้วใจมักโหยหาสิ่งนั้น




หวานทีละนิดก็พอ


อากาศเริ่มเย็นตัวลง ร่างกายต้องการความหวาน
มันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ เมื่อร่างกายเริ่มเย็นเป็นหยิน จึงต้องการหยางมาสมดุล

ฉันนั่งจิบชอคโกแลตอุ่นในบ่ายวันหนึ่ง ร้านกาแฟที่คุ้นเคย
พลางคิดถึงใครสักคน

เขาคนนั้นสูงโปร่ง ยงโย่อยู่หน้าเตาเพื่อชงเครื่องดื่มร้อนๆให้ฉัน
นมเริ่มอุ่นในหม้อใบเล็ก   เขาจึงค่อยหย่อนชอคโกแลตแสนเข้ม
ละเลียดเวลาในการคน เพื่อให้เข้ากันดี 

ฉันชอบกิริยานั้น

พอได้ที่แล้วจึงเทใส่แก้วแล้วยื่นให้ฉัน

ไม่หวานเลย เติมน้ำตาลหน่อยสิ
อย่าเลย เท่านี้ดีแล้ว

หวานมากไม่ดี หวานเกินไปร่างกายเสพติดจะเลิกยาก ไม่ดีต่อสุขภาพ
เขาพล่ามบ่นอีกยาว

.....

แล้วเราก็ห่างกันบนความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน
อาจเป็นฉันก็ได้ที่ไม่เรียกร้องความชัดเจนนั้น

เราจากกันบนความชาชิน เบื่อหน่าย ไม่เรียกร้อง ไม่ฟูมฟาย
ไม่มีความโรแมนติคใดๆให้เสียดาย

จริงอย่างที่เขาบอก


ความหวานบางครั้งก็อันตราย
ถ้าไม่รู้จักหักห้ามใจให้พอดี

แต่ความสัมพันธ์ที่แห้งเผือดก็ไม่อาจเติมเต็มความรู้สึกได้เช่นกัน

.....................................................................................................

ห้วงเวลาหนึ่งที่นึกถึง

Wednesday, November 14, 2018

ถุงแช่น้ำร้อน

วันนี้เสริชอินเตอร์เนตหาข้อมูลออกแบบกล่อง
บังเอิญเจอถุงแช่น้ำร้อนของชาวญี่ปุ่น น่ารักมากกกก
น่ารักจนต้องเอามาแบ่งปัน







Hot water guarding bag

ลายเส้นวาดมือของศิลปินญี่ปุ่น การใช้สี ลายเส้น น่ารักดี















ด้วยโทนสีสบายตา มันน่าซื้อ น่าใช้มากๆ ถึงแม้ที่บ้านไม่มีอ่างอาบน้ำก็เถอะ 
การออกแบบที่ดีมักเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้ดูน่าใช้เสมอ

น่ารัก

ปู



Saturday, June 23, 2018

ความเสียใจมักสดเสมอ...

ความเสียใจมักสดเสมอ...

ตราบใดที่ความสูญเสียเกิดขึ้น ความเสียใจมักเกิดตามมา 
ไม่ว่าจะสูญเสียอีกสักกี่ครั้ง เราก็ไม่อาจเคยเรียนรู้ให้เท่าทันในความเจ็บปวดเลยสักครา

ความชาชินในการเสียใจบ่อยๆจึงไม่มีอยู่จริง

-ทิพชาติ-

Monday, February 12, 2018

Kimchi

วันนี้ไปเดินตลาดมาค่ะ ออกจากบ้านด้วยอาการท้องกิ่ว เลยแวะทานข้าวแกงปักษ์ใต้เผ็ดร้อน เสริฟพร้อมผักสดจานใหญ่ อาการหิวเลยสั่งซุปหางวัวมาด้วย ....

อากาศเย็นๆ ซุปร้อนๆ อาหารเผ็ดจัดจ้าน ช่างเติมเต็มชีวิตฉันในวันเหน็บหนาวเสียนี่กระไร

หลังทานเสร็จฉันเลยแว๊บมาเดินตลาดเสียหน่อย เดินทอดน่องรอบตลาดไปรอบครึ่ง ฉันก็ยังไม่ได้เมนูอะไรสำหรับมื้อถัดไป



ช่วงนี้กระหล่ำปลีออกกำลังงาม และราคาถูก เลยคิดเมนูผักดองเกาหลีขึ้นมาได้ จึงซื้อมาสัก 2 โลแต่ราคาเหมือนได้เปล่า เดินไปแผงถัดไปได้ต้นกระเทียมมา 2 มัดใหญ่ๆ มัดละ 10 บาทเอง ผักโน่นผักนี่หน่อยหมดไปแค่ 300 กว่าบาท ราคานี้ดีต่อใจมาก


อยากให้ทุกวันเป็นฤดูหนาว  ฤดูหนาวเมืองไทยผักงามสมใจจริงๆค่ะ


กลับมาถึงบ้านก็จัดการนำผักมาล้าง ผึ่งแห้ง เด็ดส่วนที่ไม่สวยออกไป คลุกเกลือเพื่อดึงน้ำออก ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง ล้างน้ำออกให้หายเค็มแล้วนำมาคลุกกับพริกกิมจิ

สูตรกิมจินั้น ฉันไม่ลงนะ หาได้ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไป





ผักทั้งหมด ทำออกมาได้ กิมจิกระหล่ำปลี 2 กล่องใหญ่ กิมจิหัวไชเท้า 3 กระปุก และกิมจิต้นกระเทียม 2 กล่อง

แน่นอนว่าเพื่อนบ้านแสนดี อีฟฟี่ ได้รับอย่างละกล่อง

ทิ้งไว้คืนนึงตื่นเช้ามากิมจิดองได้ที่พอดี ด้วยอากาศเป็นใจ เลยสวมวิญญาณสาวเกาหลีสักหน่อย







- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
- หมูก้อน
- ลูกชิ้นปลา
- กิมจิ

สำหรับฉันแล้ว กิมจิเป็นอาหารอัศจรรย์อย่างนึง คือทานกับอะไรก็อร่อย อย่างวันไหนที่ฉันเหลือพลังงานชีวิตอยู่น้อยนิด เข้าครัวเจียวไข่ใส่หอมแดงเยอะๆ โปะบนข้าวหอมมะลิใหม่ร้อนๆ เคียงด้วยกิมจิ  อาหารมื้อนี้ก็สมบูรณ์แบบ

อาหารคือพลังงานงานชีวิต จิตใจจะอ่อนแอยังไง แต่ร่างกายต้องอิ่มท้อง

เป็นนูน่าสักวัน เผื่อจะได้เจอโอปป้าสักที


รัก

ปูชิ

Sunday, October 15, 2017

YERM || กลับดาว (You & Me) [OFFICIAL MV]

บ่อยครั้งที่คิดว่าตัวเองอยู่ถูกที่ แต่ความเป็นจริงแล้วไม่เลย...





Monday, July 10, 2017

Make it With you...




 บางทีก็บังเอิญเจอเพลงเพราะจากหนังที่เราไม่สนใจตั้งแต่แรก
แปะไว้ฟัง

Sunday, July 9, 2017

พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน - Tomorrow I will date with Yesterday's You

5/10

อาจเพราะต่อมโรแมนติกได้หดหายไปจากจิตใจ พักหลังๆมานี้การดูหนังรักโรแมนติกกลับไม่สวยงามตรึงใจสักเท่าไหร่  แทนที่ตัวเราจะดู ซึ้งไปกับเนื่อเรื่อง อินไปกับตัวละครก็พอ กลับดูด้วยความสงสัย  พร้อมกับการตั้งคำถามของความเป็นไปได้ ที่มันควรขะเกิดขึ้นจริงๆ พูดง่ายๆว่า จับผิดนั่นแหล่ะ
................................................

TIWDYY  เปิดตัวมาการปรากฎตัวของนางเอกในชีวิตที่แสนจะธรรมดาของพระเอก รักแรกพบพุ่งเข้าใส่พระเอกอย่างจังจนต้องตามไปขอเมลล์เพื่อใช้ติดต่อ (ม่อชิบหาย)  ความสัมพันธ์รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว  พวกเขาเจอกัน ดีต่อกัน ใส่ใจกัน รักกัน ความรักสวยงามจนกระทั่งพระเอกมารู้ความจริงว่า เอมิของเรานั้นมาจากโลกข้างๆกัน   โลกที่ประตูมิติชนกันทุกๆ 5 ปี และประตูจะเปิดอยู่เพียงแค่ 30 วันเท่านั้น



ปัจจุบันทั้งคู่อายุ  20 ปี
อีก 5 ปีข้างหน้านั้น  เธอจะอายุ  25  แต่เขาจะ 15  ปี
อีก 10 ปีข้างหน้า     เธอจะอายุ  30   แต่เขาจะ  10  ปี
อีก 15 ปีข้างหน้า     เธอจะอายุ  35  แต่..เขาจะอายุแค่  5 ปี
ในไทม์ไลน์ของเขาก็เช่นกัน

โลกข้างๆกันที่ "เวลาเดินทางสวนทางกัน"  - วันพรุ่งนี้-ของเธอ คือ -เมื่อวานนี้ - ของเขา    -พรุ่งนี้-ของเขา คือ -เมื่อวานนี้- ของเธอ ....


นั่นหมายความว่า

จูบแรกระหว่างเรา                        คือ    จูบครั้งสุดท้ายของเธอ
การเรียกชื่อเล่นของกันครั้งแรก     คือ     การเรียกชื่อครั้งสุดท้ายของเธอ
การทำอาหารให้ทานครั้งแรก        คือ     นั่นคือการทำอาหารให้เค้าทานเป็นครั้งสุดท้าย
การจับมือกันครั้งแรก                   คือ     การจับมือครั้งสุดท้ายของพวกเขา





ช่วงแรก 

หนังจะพาเราไปรู้จักเอมิ ผ่านตัวละคร  ทะกะโตชิ  เราจะเห็นว่าเอมิงดงาม ละมุน แสนดี อ่อนหวานมากกกก มากจนไม่น่าเชื่อว่าจะมาหลงรักชอบพอผู้ชายอย่างทะกะโตชิได้ เราจะได้รู้สึกเลยว่าพระเอกมีความสุขแค่ไหนที่มีนางเอกเข้ามาในชีวิต ช่วงแรกที่เราดูเราจะรู้สึกแบบพระเอกที่รู้สึกประดักประเดิดในการแสดงออกของนางเอก  นางเอกขี้แยได้ทุกเรื่อง ร้องไห้เกือบตลอดเวลาที่อยู่กับพระเอก  แต่ก็นั่นแหล่ะช่วงโปรโมชั่นพระเอกเลยไม่สนใจตรงนี้สักเท่าไหร่กลับเห็นเป็นเรื่องปกติ คนดูอย่างเราก็เช่นกัน

พาร์ทนี้เราจะไม่ค่อยอินกะพระเอกสักเท่าไหร่ เพราะเรารู้สึกว่า พระเอกแม่งน่าม่อ โชคดีได้แฟนสวย แถมแสนดี อะไรๆมันดูดีดูง่ายจนพระเอกไม่พยายามอะไรเลย ....



ช่วงกลาง

หนังเริ่มเปิดเผยถึงที่มาของเอมิ จุดมุ่งหมาย  เป้าหมาย และโลกที่อยู่ข้างๆกัน ตอนนี้แหล่ะที่เราเริ่มอินในเนื้อเรื่องเพราะเอมิคนเดียว เอมิมาเพื่อมาเจอ
ทะกะโตชิ   มาเพื่ออยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตในช่วงนี้ด้วยกัน  เพราะฉะนั้นในช่วงแรกที่เราเห็นเอมิร้องไห้เกือบตลอดเวลานั้นเราจะมาเข้าใจในจุดนี้  ความแสนดี อ่อนหวานที่เราเห็นถูกบรรจงสร้างเพื่อความทรงจำที่ดีที่สุด เราจะเห็นความพยายามของเอมิที่ทำทุกวันให้ดีเพราะข้อจำกัดทางเวลา  และการระมัดระวังที่สุดที่จะไม่ให้มีเหตุการณ์
อะไรมาทำลายปัจจุบันที่เชื่อมโยงไปอนาคตได้ จนมันดูน่า....อึดอัด  และตรงนี้แหล่ะที่เราหันมาเห็นใจ
ทะกะโตชิ   เพราะถ้าเป็นเรา เราไม่รู้เลยว่าที่เอมิแสนดี ดูดี ขนาดนี้มาจากที่เป็นตัวตนจริงๆหรือเพราะความพยายามที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์เรื่องราวของตัวเอง   เวลาเอมิจะทำอะไร ทุกอย่างต้องเหมือนในสมุดโน๊ตเป๊ะๆ  .... แต่ถึงกระนั้นพอเราเข้าใจการกระทำของนางเอก  เราก็รู้สึกเห็นใจจนน้ำตาแทบไหล

พาร์ทนี้เราชอบและเอ็นดูในตัวเอมิมาก  ต้องมีความพยายามแค่ไหน ถึงจะเข้าใจและทำใจให้ทุกอย่างหมุนไปตามครรลองของมันเพื่อที่จะไม่เปลี่ยนอนาคตหรืออดีต


ช่วงสุดท้าย

หนังพาเราเข้าใจ"โลกข้างๆกัน"มากขึ้น  และทำให้เราเข้าใจในความพยายามของเอมิ  จริงแล้วๆเอมิไม่ได้เดินทางจากอนาคต(พระเอก)เพื่อมามีความรัก แต่ทั้ง 
ทะกะโตชิ และ เอมิ คือพรหมลิขิตของกันและกัน  เมื่อตอนที่ ทะกะโตชิ อายุได้ 5 ขวบ เอมิที่อายุ 35 ปีได้เดินทางมาพบ ทะกะโตชิ  เป็นครั้งสุดท้าย และได้ช่วยชีวิตพระเอกไว้  เมื่อประตูมิติหมุนมาเจอกันในอีก 5 ปีต่อมา เอมิอายุ 30 ได้เดินทางมาหา ทะกะโตชิ  ในอายุ 10 ขวบเพื่อที่จะปูเรื่องราวให้ทั้งสองได้พบกันในอีก 10 ปีข้างหน้า  เอมิเดินทางมาที่โลกของเราทุกครั้งที่ครบรอบ 5 ปี เพื่อทำทุกอย่างให้เขา 2 คนได้รักกันในช่วงที่เหมาะสม


  รวมถึงพ่อพระเอกของเรา เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี เขาอายุ 25 ปีได้เดินทางไปรอเอมิในวัย 15 ปีที่มาเที่ยว(ครอบครัวของเอมินี่รู้สึกชื่นชอบโลกของเรามา มาทุกๆรอบเลย) พร้อมทั้งเล่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียด เพื่อที่เอมิ จะได้เดินทางมาหาเขาในอีก 5 ปีข้างหน้าเมื่อตอนที่เขาอายุ 20  และเมื่อตอนที่เขาอายุ 35 ปี เขาได้ช่วยชีวิตเอมิที่อายุ 5 ขวบจากการถูกระเบิดในงานเทศกาลและนั่นคือจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างเขา 2 คน

งงใช่ไหม?....... ไปดูกันเอาเองเถิดนะ อาจจะเข้าใจได้ง่ายกว่า


ข้อขัดใจ

1. ในระหว่างที่ดูนั้น ในหนังไม่ได้บอกเลยว่า นางเอกมาจาก โลกข้างๆ ได้ยังไง และการกลับก่อนเที่ยงคืนจะมีผลยังไง และทำไมต้องกลับในเวลาเที่ยงคืน กลับยังไง ไปที่ไหน พักที่ไหน นอนยังไง ... นี่คือไม่มีคำตอบให้เลย ครั้นจะให้มองผ่านก็ทำได้แต่มันคาใจไง

2. ในหนังนั้น พระเอกพุ่งเข้าหานางเอกมาก เหมือนชายน่าม่อทั่วไปเวลาเจอสาวที่สวยถูกใจสักคน คือพระเอกตกหลุมรักนางเอกเพราะหน้าตา แถมระยะเวลาเวลาแค่ 30 วัน สำหรับเรามันคือช่วงโปรโมชั่น มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะซึ้งหรือเห็นใจในตัวพระเอกสักเท่าไหร่ ในหนังอ่อนตรงนี้

3. ขัดใจมากกกกกกกกกก เมื่อรู้ว่าเวลาความรักของ 2 คนมีขีดจำกัด แต่ทั้ง 2 คนใช้เวลาได้ไม่คุ้มเลย ไม่เต็มที่ ไม่อยู่กับปปัจจุบัน ในวันสุดท้ายของนางเอก แต่เป็นวันแรกที่เจอพระเอกนั้น ถ้าเป็นเรา เราจะทำทุกอย่างให้อยู่กับพระเอกได้นานที่สุด เก็บเกี่ยวให้มากที่สุด ก่อนที่พรุ่งนี้จะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว

4. ไม่เห็นความพยายามอะไรในตัวพระเอกเลยสักอย่าง  ทุกอย่างปล่อยไหลไปเท่านั้น

5. ทำไมเอมิไม่บอกให้
ทะกะโตชิ ซื้อล๊อตเตอร์รี่ รู้แหล่ะว่าอาจมีผลกับการเปลี่ยนแปลงอนาคต แต่บอกเลขที่ 2 ตัว 3 ตัวก็ได้นี่  นี่เป็น ทะกะโตชิ  จะแอบโกรธนะ  


ข้อถูกใจ

1. โซตะ นานะ คือความดีงามในเรื่องนี้ การแสดงที่สมูท สายตาห่วงหาที่เต็มไปด้วยความรักมันซึ้งใจจริงๆนะ แต่รู้สึกลึกๆว่าโซตะหล่อไปกับบทของ
ทะกะโตชิ 
2. คอสตูมดี
3.เพลงเพราะ


เพราะใช้เหตุผลในการดูหนังรักมากเกินไปเลยเป็นความผิดพลาดอย่างนึง

หนังดีนะ เล่าเรื่องได้ไม่งง และการแสดงที่ไหลลื่นทำให้อดยิ้มพร้อมน้ำตาที่หางตานิดๆ



.......................................................................................................................................................................





นส่วนของนิยายนั้น เราให้  8/10 

เพราะหนังสือไขข้อข้องใจ ไขความตะขิดตะขวงใจให้หมดเปลือก และเติมเต็มความรู้สึกที่หายไป เราเลยอินกับในหนังสือมากกว่าในส่วนของภาพยนต์  อ่านจบนี่ความอิ่มเอิบไหลวนในหัวใจ จนต้องปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา

เรื่องราวเหมือนในหนังเลย เพียงแต่ฉบับนิยายนั้น  รอบเวลาที่ชนกันจะอยู่ที่ 40 วัน  สำหรับเราแล้ว 40 วันมันไม่มากหรือน้อยไป (30วันแบบในหนังทำให้เรารู้สึกถึงความพอดีแบบรอบเดือนเกินไป)   เราได้รู้ว่าประตูข้ามโลกนั้นอยู่ที่ไหน และการข้ามมาโลกเรานั้นข้ามาได้ยังไง นางเอกพักที่ไหน และทำไมต้องกลับก่อนเที่ยงคืน ทุกอย่างไขข้อข้องใจ เลยทำให้เราอินได้ไม่ยาก

ช่วงแรก

หนังสือยังคงเล่าผ่านมุมมองตัวละคร ทะกะโตชิ  อยู่เช่นกัน เพียงแต่เล่าพื้นเพนิสัยในการเป็นคนขี้อาย ไม่กล้า ขาดความมั่นใจและขี้วิตกกังวลของตัวพระเอก การเจอกันในรถไฟครั้งแรกนั้น ทะกะโตชิ ของเราไม่ได้พุ่งเข้าหาเอมิเลย แต่เป็นการแอบมองอยู่ไกลๆและนานๆ ไม่กล้าแม้แต่จะเฉียดไปใกล้  คิดมาก และกังวล

** นี่อ่านไปยังรำคาญไป ไม่ชอบผู้ชายในลักษณะนี้สักเท่าไหร่

จนกระทั่งคิดในใจว่า ถ้าเธอลงรถไฟป้ายหน้านี้ (หลังจากนั่งเลยป้ายไปไกลโข เพราะอยากแอบมองเอมินานๆ แต่ก็ยังไม่กล้าลงมืออะไร) เราจะเข้าไปคุย เพราะมันคือพรหมลิขิต และแน่นอนว่าเอมิลงสถานีนั้น พระเอกของเราถึงได้กล้าเข้าไปคุย และแน่นอนว่านั่นคือความตั้งใจของเอมิแต่แรก

เอมิในนิยายนั้น ฉลาด เข้มแข็ง เธอไม่ปล่อยให้เสียเวลาผ่านไปอย่างไร้ค่าแม้แต่นาทีเดียว ความสัมพันธ์ในวันแรกของพระเอกจึงรุดหน้าและลื่นไหล พระเอกของเราจะรู้สึกพิเศษบางอย่างอยู่เนืองๆเวลาอยู่กับนางเอก  เป็นความคุ้นตา ความรู้สึกผูกพันธ์  เราจะรู้สึกถึงความสุข ฉงนสงสัย  แปลกใจ ผ่าน
ทะกะโตชิ เช่นเดียวกัน 
ช่วงกลาง

ช่วงที่เอมิบอกความจริง ในหนังสือนั้นการบอกความจริงให้กับ
ทะกะโตชิ รับรู้นั้นมันจริงมาก คือการหายตัวไปต่อหน้านี่แหล่ะ เธอจะได้รู้ว่าฉันไม่ได้โกหก พร้อมทั้งสารพัดหลักฐานที่เตรียมมาอย่างดีและเราจะได้เริ่มต้นกันใหม่สร้างประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน  ในพาร์ทนี้ ในหนังสือกับในหนังไม่ต่างกันมาก ทั้งคู่พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่ออนาคต(หรืออดีต?) เราจะเข้าใจในตัวเอมิ  รับรู้ได้ถึงความรัก  ความเข้มแข็ง ความพยายาม และความเศร้าตลอดเวลา และสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ ความทรงจำของทั้งคู่สวนเวลากัน แต่มันไม่สำคัญหรอก เพราะถ้าเรารักใครสักคน เราก็รักเค้าในตัวตนของเค้าอยู่ดี


" เพราะมีเหตุการณ์เหล่านั้น เราสองคนถึงได้มาเจอกันในตอนนี้ เราช่วยชีวิตซึ่งกันและกันที่ปลายแต่ละด้านของแกนเวลาที่เดินสวนทางกัน กลายเป็นเหตุและผลที่ไม่รุว่าสิ่งไหนเกิดขึ้นก่อนสิ่งไหนเกิดขึ้นทีหลัง ชะตาลิขิตแสนพิเศษทำให้เราได้มาเจอกันในตอนนี้ซึ่งเราทั้งคู่มีอายุ 20 ปี

เราทั้งสองถูกผูกพันกันอย่างลึกซึ้งด้วยอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของกันและกัน และสิ่งที่เชื่อมเราไว้ทั้งคู่คือ พรหมลิขิต"


ช่วงสุดท้าย

ในหนังสือจะพาเราย้อนไปในอดีตของ
ทะกะโตชิ  ตอนเป็นเด็กอายุ 5 ขวบที่ถูกช่วยชีวิตจจากเอมิ  ตอนอายุ 10 ขวบที่เอมิมาให้กำลังใจในการใช้ชีวิต  ตอน 15 ที่เอมิโผล่มาดูอยู่ห่างๆ  เพราะฉะนั้นสำหรับทะกะโตชิ ในวัย 20 นั้นไม่ได้เพิ่งเจอหรือตกหลุมรักแรกพบเอมิ แต่เป็นความคุ้นตา คุ้นชินอยู่ในความทรงจำ 
ส่วนเอมิก็เช่นกัน การถูก
ทะกะโตชิ ช่วยชีวิตตอนอายุ 5 ขวบนั้น ทำให้เกิดรักแรกพบขึ้น มันตราตึง อบอุ่นในหัวใจ จนทำให้รบเร้าครอบครัวให้พามาเที่ยวที่โลกของเราทุกๆ 5 ปี  และการมาแต่ละครั้งการได้พบทะกะโตชิ ยิ่งสร้างความรัก ความเชื่อมั่นในตัวทะกะโตชิ มากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อรู้ความจริงว่า ทะกะโตชิ  คือคนรักของตนในวัย 20  เอมิจึงวางแผนทุกอย่างให้ทุกอย่างออกมาเพอเฟคเพื่อความรักของเขา 2 คนจะดีที่สุด
**มาถึงตอนนี้เรารู้สึกได้ถึงการไม่ยุติธรรมเล็กๆว่า  เอมิรู้ทุกอย่าง เตรียมตัว เตรียมใจมาเป็นอย่างดี แต่
ทะกะโตชิ นั้นไม่รู้อะไรเลย ได้แต่ยอมรับทำใจเท่าทันในปัจจุบันเท่านั้น ..... มันโหดร้ายเกินไป


.................................................................................................

จู่ๆก็เกิดความสงสัยขึ้นมา

ชะตาลิขิตของทั้งสองคนที่เกิดขึ้นนี้ มันกลายเป็นมิติของเวลาอีกทอดนึงใช่หรือไม่  นั้นหมายความว่า ชีวิตของเขาทั้งสองคนจะไม่ได้สิ้นสุดลงแค่รอบเดียว แต่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก วนแล้ววนอีก เป็นอสงขัยเวลา ไม่ว่าทะกะโตชิ จะเกิดอีกสักกี่รอบ ก็ต้องมีเอมิเข้ามาช่วยชีวิต กำหนดชีวิตให้ต้องเจอกันในวัย 20  อยู่ตลอด... 


          อย่างนี้เขาไม่เรียกพรหมลิขิตแล้วนะ ....เขาเรียกเอมิลิขิต

พอมาถึงตอนนี้กลายเป็นว่า ต่างคนต่างทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง  กลายเป็นความเห็นแก่ตัว ความจมปลัก และห่วงรัดตัวเองไม่ให้ไปไหน .....

บางทีฉันก็คิดเยอะเกินความจำเป็นแฮะ  .....





ฉันว่าเพลงนี้เหมาะกะเรื่องนี้มาก เวลาที่เรารอให้มันหมุนมาเจอกันอีกครั้ง ....

Kitchen for single

วันนี้มาแนะนำซีรีย์สั้นๆ  Kitchen for single ค่ะ  มี 12 ตอน ตอนละ 8-9 นาที  เป็นเรื่องราวของสาวน้อยคนนึงที่อาศัยในห้องพักขนาดเล็ก ที่มีครัวเ...